ถ้าคุณเหนื่อยเกินไป ขอแค่พักใจเหี่ยว ๆ แล้วไปเที่ยว แม่ฮ่องสอน!

ถ้าคุณเหนื่อยเกินไป ขอแค่พักใจเหี่ยว ๆ แล้วไปเที่ยว แม่ฮ่องสอน!

               แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างขนานนามว่าเป็นจังหวัด “เมืองสามหมอก” ที่เรียกอย่างนี้ก็เป็นเพราะว่า ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวฤดูไหนก็สามารถมองเห็นหมอกได้ทั้ง 3 ฤดูเลยทีเดียว เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์รับรองว่าไปเที่ยวแล้วอบอุ่นหัวใจแน่ ๆ เพราะรายล้อมไปด้วยบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติสุด ๆ  ซึ่งวันนี้ทางเราได้คัดสรรสถานที่เที่ยวแจ่ม ๆ บรรยากาศสุดฟินมาฝาก แล้วคุณจะหลงรักจังหวัดนี้อย่างสุดหัวใจ จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. ปางอุ๋ง

แม่ฮ่องสอน Pang Ung

               สูดไอดิน ชมหมอกที่ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน อ่างเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยป่าสนสองใบ และป่าสนสามใบท่ามกลางเทือกเขาสูงในภาคเหนือที่มาพร้อมไอหมอกบาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น สวยงามดังต้องมนตร์เสน่ห์บวกกับอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และบรรยากาศแสนโรแมนติกในยามเช้าเมื่อต้องแสงสีทองอ่อน ๆ ของดวงอาทิตย์และแสงสว่างของดวงจันทร์ มีหมู่ดาวท่ามกลางท้องฟ้าอัมมืดมิดในยามค่ำคืน จนได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”

2. กองแลน ปายแคนยอน

ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน Pai Canyon

               สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอันสวยงามและน่าอัศจรรย์กับเส้นทางเดินเล็ก ๆ แคบ ๆ บนสันผาสูงชันและสลับซับซ้อนอันเกิดจากการทรุดตัวของแผ่นดินบนเขาสูง การกัดเซาะของลมและฝนจนกลายเป็นร่องลึกติดต่อกันเป็นบริเวณกว้าง แล้วยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกในที่เดียวกัน พื้นที่บริเวณกองแลน หรือปายแคนยอนยังเป็น Location ถ่ายทำ ปาย อิน เลิฟอีกด้วย ทัศนียภาพที่นี่การันตีความฟินแน่นอน

3. น้ำพุร้อนไทรงาม

แม่ฮ่องสอน Sai Ngam Natural Hot Spring

               ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ก็มีบ่อน้ำผุดตามธรรมชาติขนาดใหญ่น้ำใสสีเขียวมรกต ที่มาพร้อมน้ำอุ่น ๆ ในอุณหภูมิพอเหมาะพอดีท่ามกลางผืนป่าอันร่มรื่น ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองปายประมาณ 15 กิโลเมตร นับเป็นบรรยากาศสุดโรแมนติกสำหรับการแช่น้ำร้อน ที่สำคัญคือยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวไทย จึงจัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว Unseen สำหรับคนไทยอีกแห่งหนึ่งก็ว่าได้

4. หมู่บ้านรักไทย

ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน Baan Rak Thai

               หมู่บ้านชาวจีนฮ่อริมทะเลสาบในบรรยากาศอันสวยงามสุดคลาสสิกของบ้านดินแบบดั้งเดิม และบ้านไม้ไผ่ท่ามกลางไร่ชา ที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขาทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทัศนียภาพและบรรยากาศเฉกเช่นเดียวกับอยู่เมืองจีนเลยทีเดียว เพราะชาวบ้านที่นี่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของชาวจีนฮ่อไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น นอกเหนือจากวิวปังอลังการแล้ว ทั้งชาและขาหมูหมั่นโถวของที่นี่ก็อร่อยฟินไม่แพ้บรรยากาศอีกด้วย

5. สะพานไม้ซูตองเป้

แม่ฮ่องสอน Su Tong Pae Bridge

               สะพานไม้ไผ่กว้าง 2 เมตร ความยาวกว่า 600 เมตร วางตัวทอดยาวจากสวนธรรมภูสมะ ผ่านกลางทุ่งนาสีเขียวขจีและลำน้ำแม่สะงาจนมาถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก ที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านและภิกษุ สามเณรจากวัสดุที่หาได้ท้องถิ่น โดยไม่ได้ใช้งบของทางราชการเลย สะพานไม้แห่งนี้จึงเสมือนเป็นตัวแทนแห่งแรงศรัทธาของชาวบ้าน อันเป็นที่มาของชื่อ “ซูตองเป้” ตามภาษาไทใหญ่ซึ่งมีความหมายว่า “อธิษฐานสำเร็จ”

6. จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่

ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน A-Bo-Da-ya

               ที่นี่เป็นทั้งที่พักและสถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอนที่บอกเลยว่าคุ้มเกินคุ้ม ที่พักราคาแค่หลักร้อยเท่านั้นแต่ได้ดูวิวที่มีราคาหลักล้านแน่นอน “บ้านจ่าโบ่” เป็นชุมชนเล็ก ๆ ท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ มีโฮมสเตย์ชาวบ้านให้เลือกนอน หน้าห้องพักเป็นระเบียงหมอก 360 องศา รับรองว่าตื่นเช้ามาฟินแน่นอน หรือว่าอยากจะได้วิวที่แตกต่างจากคนอื่น ก็สามารถไปดูวิวได้ที่ภูผาหมอก คนละ 100 บาท มีคนในชุมชนนำทางให้ ปลอดภัยแน่นอน เป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาด

7. ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ

แม่ฮ่องสอน Bua Tong Forest Park

               เมื่อลมหนาวพัดมาเยือนเมืองสามหมอก ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ จะบานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปทั่วหุบเขา ให้นักท่องเที่ยวได้ชมแบบใกล้ชิดและถ่ายรูปกันจนเต็มอิ่ม ซึ่งในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนยาวไปถึงต้นเดือนธันวาคม ใครอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งต้องจัดสรรเวลาไปให้เหมาะกับช่วงปีด้วยจริง ๆ ค่ะ

8. ภูโคลน คันทรีคลับ

ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน Phu klon Country Club

               Unseen Thailand เพียงไม่กี่แห่งของไทยที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยังเป็น 1 ใน 50 ของ Spa in Paradise อีกด้วย ที่ภูโคลนเปิดให้บริการด้านสุขภาพและความงามด้วยโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติ จากสายน้ำแร่ใต้พิภพ ซึ่งมีอุณหภูมิตั้งแต่ 60 – 120 องศาเซลเซียส จนกลายเป็นโคลนสีดำบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาพร้อมกับน้ำแร่ที่สะอาด และอุดมไปด้วยแร่ธาตุอันเป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและระบบไหลเวียนโลหิต มีคุณสมบัติเทียบเท่าโคลนจากทะเล Dead Sea ในประเทศอิสราเอลและจอร์แดน และโคลนลาวาภูเขาไฟในประเทศโรมาเนีย ซึ่งมีเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น ทั้งดีและหายากแบบนี้รับรองว่าต้องฟินมากแน่นอน

9. ภูชี้เพ้อ

แม่ฮ่องสอน Phu Chee Per

               ภูชี้เพ้อตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม ใกล้กับทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ในระดับความสูง 1,818 เมตร จากระดับน้ำทะเล ภูชี้เพ้อถือเป็นจุดวิวแห่งใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก เป็นจุดชมวิวสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และสายหมอกที่แผ่กระจายไปทั่วทิวเขาที่สลับซับซ้อน เป็นภาพที่งดงามสุดจะบรรยาย หากมาในช่วงที่ดอกบัวตองบาน คุณสามารถมองเห็นวิวของทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร

               หากใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายความแออัดในเมือง มาพักผ่อนหย่อนใจรับบรรยากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ จังหวัด แม่ฮ่องสอน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่แนะนำ ยิ่งใครที่อยากเที่ยวแบบครบรส ทั้งวิวภูเขา ทะเลหมอก หรือจะสัมผัสวิถีชีวิตก็มาได้ที่นี่เลย และ ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ก็ยังมีอีกมาก นอกจากที่เรานำมาฝาก รับรองว่าคุณจะต้องถูกใจจนไม่อยากจะกลับบ้านเลยทีเดียว แล้วครั้งหน้าเราจะมาบอกต่อที่เที่ยวที่ไหนอีก ติดตามได้ที่ Travelevision เว็บไซต์ที่จะรวบรวมรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวทุกที่และทุกมุมของประเทศไทยมาให้คุณถึงบ้าน